Showing 3 Result(s)
อาหารไทย

วัฒนธรรมอาหารไทยสมัยก่อน

อาหารไทยสมัยก่อนที่ไม่ธรรมดา วัฒนธรรมการกินของคนในอดีตหรือคนยุคสมัยสุโขทัยล้วนเปรียบเสมือนในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แสดงถึงความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญอาหาร ผนวกกับศาสตร์และศิลป์ในการประดิษฐ์ประดอยตกแต่งอาหารไทยจึงมีเอกลักษณ์ไม่แพร่ชาติใดในโลก ความแตกต่างของวัตถุดิบกรรมวิธีการปรุง และภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่มีอาหารแต่ละประเภทแตกต่างกันไปตามภูมิภาค อาหารจะรสชาติกลมกล่อม กรรมวิธีปรุงปราณีต รับประทานกับข้าวเจ้าหุงสุกและขนมจีน พริกแห้ง ข่า ตะไคร่ หอมแดง กระชาย กะปิ เครื่องเทศที่ใช้ในการปรุงรสเพื่อให้มีรสชาติดีและมีกลิ่นหอม โดยนำมาตำและโคลกละเอียดจากนั้นนำไปละลายในน้ำกะทิ และใส่กระชายซอย รับประทานกับขนมจีน ถั่วงอก มะระซอยลวก ใบแมงลัก ได้เมนูขนมจีนน้ำยา อาหารรสชาติจะมีกลิ่นเครื่อเทศคลุกเคล้า นอกจากรับประทานน้ำพริกกับผักจิ้มและเครื่องเคียง ยังมีน้ำพริกแกงเผ็ดเป็นส่วนประกอบในอาหารต่างๆอีกด้วย อาหารส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วย พริกแห้ง ข่า ตะไคร้ รากผักชี หอมแดง กระเทียม ผิวมะกรูด พริกไทย เกลือป่น กะปินำมาโคลกรวมกันและนำไปผัดกับหัวกะทิ เติมหางกะปิ น้ำปลา น้ำตาลปีบ ถั่วลิสงคั่วป่น กุ้งแม่น้ำทอด ใบโหระพา ใบมะกรูดหั่นฝอย จะได้พะแนงแสนอร่อย วัฒนธรรมการกินของคาวและหวานในยุคนั้นจะเป็นพวกแกงป่าปลาช่อน โดยวัตถุดิบที่มาจากการปรุงรสมาจากเกลือและความเผ็ดร้อนของเครื่องแกง เช่นความเปรี้ยวจากมะกรูด ตะไคร้ และข่า ก็เป็นการทานง่ายๆไม่มีอะไรซับซ้อน  ส่วนขนมหวานคือขนมต้มขาวเป็นการใช้วัตถุดิบพวกข้าว มะพร้าว …

อาหารไทย

สาคูแท้แสนอร่อย!!!

ต้นกำเนิดสาคูแสนอร่อย วิถีชาวบ้านและภูมิปัญญาชาวบ้าน ถือเป็นสิ่งที่สืบทอดกันมายาวนาน โดยมีของดีของขึ้นชื่อจาก อำเภอควนขุนจังหวัดพัทลุง นั่นก็คือการทำแป้งสาคูจากต้นสาคูแท้ๆ    โดยจะมีต้นสาคูขึ้นอยู่ริมน้ำและพื้นที่ที่เป็นป่าพุ เพราะต้นสาคูที่จะตัดไปทำแป้งสาคูจะต้องเป็นต้นที่ใหฯและสูงกว่าต้นอื่นๆ เอากาบสาคูออกจากต้นให้หมด โดยขูดสิ่งที่ติดอยู่ที่ลำต้นออกให้หมด โดยสาคูที่จะให้แป้งได้แล้วนั้นจะต้องมีอายุ 8 ปีขึ้นไป จะสูงและใหญ่ โดยจะต้องดูว่าสาคูต้นไหนติดดอกหรือชาวบ้านเรียกว่า แตกเขากวาง เพราะแป้งจะมาก แต่ถ้าต้นไหนเป็นลูกแล้วแป้งจะน้อยเพราะแป้งขึ้นไปเลี้ยงลูก โดยสาคูต้นไหนสามารถตัดมาทำแป้งสาคูได้แล้ว สาคูเป็นไม้ยืนต้นตระกูลปาล์ม ใบก็จะคล้ายๆกับต้นจาก แต่ก็จะแตกต่างกันที่ใบของสาคูนั้นมีหนามเล็กๆอยู่ที่ก้านใบ และเมื่อต้นสาคูนั้นอายุมากขึ้นก็จะสูงใหญ่คล้ายต้นมะพร้าว โดยต้นสาคูจะเริ่มสะสมแป้งในลำต้นและมีแป้งมากในช่วงที่กำลังติดดอกแต่ช่อดอกนั้นพัฒนากลายมาเป็นลูกแป้งที่สะสมเอาไว้ที่ลำต้นนั้นก็จะถูกส่งขึ้นไปเลี้ยงลูกแทนทำให้ลำต้นของสาคูจะมีแป้งน้อยลง สาคูนั้นขยายพันธุ์ได้ 2 วิธีนั้นก็คือการแตกหนอ โดยหน่อของต้นสาคูต้นใหม่นั่นก็จะขึ้นมาข้างๆกับต้นอื่นๆ จึงทำให้เรานั้นเห็นว่าสาคูนั้นอยู่รวมกันเป็นกอนั่นเอง และอีกหนึ่งวิธีในการขยายพันธุ์นั่นก็คือเมล็ดของต้นสาคู ผลหรือเมล็ดที่แก่จัดเมื่อหลุดล่วงลงมานั่นก็จะเกิดเป็นสาคูรุ่นใหม่ต่อไป ในขณะที่ต้นแม่ซึ่งออกลูกแล้วก็จะยืนต้นตายในที่สุด สาคูเป็นพืชที่มีเฉพาะถิ่นทางภาคใต้ของประเทศไทย โดยการที่จะได้แป้งสาคูมานั้นขั้นตอนแรกก็คือเราจะต้องโคนต้นสาคูก่อน สาคูที่จะโคนต้องใช้เลื่อยตัดและใช้เชือกดึงไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อได้ลำต้นแล้วนำมาผ่าเป็นซีกและนำมาขูดเข้าเครื่อง จะได้สาคูเป็นจำนวนมาก ซึ่งแป้งที่ถูกสะสมในลำต้นจะไหลปนออกมากับน้ำโดยใช้ผ้ากรองเอาไว้ไม่ให้เศษไม้ปะปนลงไปในแป้ง โดยขั้นต้องสุดท้ายจะต้องเทน้ำออกก็จะได้แป้งสีขาวอมชมพู สาคู 1 ต้นให้แป้งไม่ต้ำกว่า 30 กิโลกรัม ซึ่งขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้นสาคูและปัจจัยอื่นๆของต้นสาคูด้วย หลังจากที่ได้แป้งสาคูมาแล้วจะนำมาร่อนเพื่อให้แป้งจับตัวเป็นเม็ด ละนำมาตากแดดก่อนนำไปทำขนมสาคูปากหม้อ และสาคูกะทิ

อาหารไทย

ตำนานของอาหารไทยแบบดั้งเดิม

ตำนานของอาหารไทยแบบดั้งเดิม อาหารในตำนานที่มีมาดั้งเดิมสืบทอดกันมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น เพราะอาหารไทยคืออาหารที่คนไทยนิยมรับประทาน โดยอาหารไทยมีมากมายหลายชนิด อย่างอาหารไทยจำพวกแกงที่เป็นของไทย เช่น แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน คือพริกแกงมักจะทำมาจากสมุนไพรของไทยทั้งหมด แต่สมัยก่อนในวังก็มีตำรับอาหารตำหนักนู้นตำรานี่ที่แตกต่างกันไป และก็อาจจะป็นความจำเจก็เลยคิดเมนูอาหารใหม่ๆขึ้นมา แต่บางครั้งเราก็ไม่ได้แปลว่าเราเอามาจากคนอื่นทั้งหมด เราแค่เอาอิทธิพลมา เพราะคนไทยเลือกรับประทานอาหารที่ชื่นชอบและนำมาปรับใช้เหมือนทุกๆสิ่งที่รับมาล้วนเป็นศิลปะและก็นำมาคิดขึ้นใหม่ให้ลงตัวขึ้นกว่าเดิม เช่น ทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง เราก็ได้รับอิทธิพลมาจากโปรตุเกส โดยเราได้รับอิทธิพลมาเท่านั้น เราไม่ได้ลอกเลียนแบบมาเพราะว่ารสชาติของโปรตุเกสและของไทยก็มีความแตกต่างกัน โดยของโปรตุเกสจะเคลือบน้ำตาลจนแบบว่าทองหยิบแข็งเป็นก้อนและรสชาติก็หวานมากจนไม่รู้ว่าทำมาจากอะไร ส่วนของไทยรสชาติหวานกลมกล่อมพอดีโดยยังรู้ว่าทำมาจากไข่เป็ดคุณภาพผสมแป้ง รสชาติที่สัมผัสได้คือหวานมัน แต่คนไทยมักจะทำอาหารมีเสน่ห์หรือเรียกว่าเสน่ห์ปลายจวัก ซึ่งทำไมอาหารไทยถึงเป็นที่นิยมของคนทั่วไปเพราะว่าคนไทยรู้จักการทำของหวานแตะเกลือ เพื่อให้ความเค็มของเกลือไปตัดความหวาน จึงทำให้รสหวานอร่อยขึ้น บางของหวานไม่มีเกลือมาช่วยตัดหวาน เพราะแม้กระทั่งหวานน้อยแล้วแต่ก็ยังคงมีความหวานลอยอยู่ดี พอมาถึงอาหารคาวของคนไทย เราสามารถตีความออกมาว่าเหมือนหมูหวานที่ต้องใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย เรียนได้ว่า 3 เกลอ และก็นำหมูมาผัดใส่น้ำตาลที่เคี้ยวแล้วที่เป็นสีน้ำตาลเหมือนคาราเมล และสมัยก่อนเราใช้น้ำปลาอย่างดี น้ำปลาเมื่อก่อนหอมมากมีทั้งรสเค็มหวานอยู่ด้วยกัน โดยแกงมัสมั่นมีอิทธิพลมาจากมลายูแต่มลายูรับมาจากมุสลิม โดยคนไทยต้องมาปรับเข้ากับสูตรแกงของตัวเอง ซึ่งคนไทยชาวมุสลิมทำมัสมั่นรสชาติก็จะไม่เหมือนแกงมัสมั่นในร้านอาหารไทย โดยแกงมัสมั่นก็จะมีเครื่องเทศที่ใช้เช่น อบเชย ลูกกระวาน จริงๆแล้วเราใส่โป๊ยกั๊กก็ได้ โดยเอามาป่นเพื่อให้มีกลิ่นหอมแต่อย่าใส่เยอะจนเกินไปเพราะจะทำให้ฉุนได้ โดยรสชาติของมัสมั่นมี 3 รส คือรสเปรี้ยว รสเค็ม และรสหวาน โดยรสเปรี้ยวไม่ต้องนำมากนัก …