ตำนานของอาหารไทยแบบดั้งเดิม



ตำนานของอาหารไทยแบบดั้งเดิม

อาหารในตำนานที่มีมาดั้งเดิมสืบทอดกันมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น เพราะอาหารไทยคืออาหารที่คนไทยนิยมรับประทาน โดยอาหารไทยมีมากมายหลายชนิด อย่างอาหารไทยจำพวกแกงที่เป็นของไทย เช่น แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน คือพริกแกงมักจะทำมาจากสมุนไพรของไทยทั้งหมด แต่สมัยก่อนในวังก็มีตำรับอาหารตำหนักนู้นตำรานี่ที่แตกต่างกันไป และก็อาจจะป็นความจำเจก็เลยคิดเมนูอาหารใหม่ๆขึ้นมา แต่บางครั้งเราก็ไม่ได้แปลว่าเราเอามาจากคนอื่นทั้งหมด เราแค่เอาอิทธิพลมา เพราะคนไทยเลือกรับประทานอาหารที่ชื่นชอบและนำมาปรับใช้เหมือนทุกๆสิ่งที่รับมาล้วนเป็นศิลปะและก็นำมาคิดขึ้นใหม่ให้ลงตัวขึ้นกว่าเดิม เช่น ทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง เราก็ได้รับอิทธิพลมาจากโปรตุเกส โดยเราได้รับอิทธิพลมาเท่านั้น เราไม่ได้ลอกเลียนแบบมาเพราะว่ารสชาติของโปรตุเกสและของไทยก็มีความแตกต่างกัน โดยของโปรตุเกสจะเคลือบน้ำตาลจนแบบว่าทองหยิบแข็งเป็นก้อนและรสชาติก็หวานมากจนไม่รู้ว่าทำมาจากอะไร ส่วนของไทยรสชาติหวานกลมกล่อมพอดีโดยยังรู้ว่าทำมาจากไข่เป็ดคุณภาพผสมแป้ง รสชาติที่สัมผัสได้คือหวานมัน

แต่คนไทยมักจะทำอาหารมีเสน่ห์หรือเรียกว่าเสน่ห์ปลายจวัก ซึ่งทำไมอาหารไทยถึงเป็นที่นิยมของคนทั่วไปเพราะว่าคนไทยรู้จักการทำของหวานแตะเกลือ เพื่อให้ความเค็มของเกลือไปตัดความหวาน จึงทำให้รสหวานอร่อยขึ้น บางของหวานไม่มีเกลือมาช่วยตัดหวาน เพราะแม้กระทั่งหวานน้อยแล้วแต่ก็ยังคงมีความหวานลอยอยู่ดี พอมาถึงอาหารคาวของคนไทย เราสามารถตีความออกมาว่าเหมือนหมูหวานที่ต้องใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย เรียนได้ว่า 3 เกลอ และก็นำหมูมาผัดใส่น้ำตาลที่เคี้ยวแล้วที่เป็นสีน้ำตาลเหมือนคาราเมล และสมัยก่อนเราใช้น้ำปลาอย่างดี น้ำปลาเมื่อก่อนหอมมากมีทั้งรสเค็มหวานอยู่ด้วยกัน โดยแกงมัสมั่นมีอิทธิพลมาจากมลายูแต่มลายูรับมาจากมุสลิม โดยคนไทยต้องมาปรับเข้ากับสูตรแกงของตัวเอง ซึ่งคนไทยชาวมุสลิมทำมัสมั่นรสชาติก็จะไม่เหมือนแกงมัสมั่นในร้านอาหารไทย โดยแกงมัสมั่นก็จะมีเครื่องเทศที่ใช้เช่น อบเชย ลูกกระวาน จริงๆแล้วเราใส่โป๊ยกั๊กก็ได้ โดยเอามาป่นเพื่อให้มีกลิ่นหอมแต่อย่าใส่เยอะจนเกินไปเพราะจะทำให้ฉุนได้ โดยรสชาติของมัสมั่นมี 3 รส คือรสเปรี้ยว รสเค็ม และรสหวาน โดยรสเปรี้ยวไม่ต้องนำมากนัก แต่ให้มีการแทรกของกลิ่นมะขามเข้ามา แบบนี้เรียกได้ว่า ยังคงมีกลิ่นไอของอาหารไทย