ปลาสลิดมาจากไหนกันนะ!!!



มาทำความรู้จักถิ่นกำเนิดของปลาสลิด

นี้คือบ่อเลี้ยงปลาสลิดซึ่งมีอยู่หลายบ่อ แต่ว่าบ่อที่ใช้จับปลาสลิดก็จะต้องเริ่มซูบน้ำออกจากบ่อให้แห้งสนิท ส่วนอีกบ่อหนึ่งถูกกลั้นเอาไว้ด้วยตาข่ายโดยแบ่งออกเป็นสองบ่อ ซึ่งทั้งสองบ่อนี้จะใช้การใส่ปลาสลิดขนาดเล็กและปลาสลิดขนาดใหญ่ เมื่อน้ำที่สูขเริ่มแห้งปลาสลิดในบ่อนั้นก็จะมารวมกันอยู่ในแหล่งน้ำ โดยจะมีอุปกรณ์อีกหนึ่งชนิดที่จะช่วยพาเจ้าตัวปลาสลิดขึ้นมาจากบ่อนั่นก็คือรหัสวิดน้ำ โดยฉีดน้ำล้างขี้โคลนที่ติดตัวปลาออก และปลาที่มีขนาดใหญ่จะไหลลงไปข้างหน้า ส่วนปลาที่มีขนาดเล็กจะหล่นลงลอดช่องเล็กๆที่เตรียมไว้  และจะมีปลาตกค้างอยู่บ้างเป็นบางส่วน โดยนำหญ้าและพืชผักชนิดต่างๆที่ขึ้นงอยู่ภายในบ่อมามัดรวมกันให้เป็นก้อนขนาดใหญ๋หรือจะใช้ต้นผักบุ้งริมสองข้างทางมามัดและนำมากั้นทางน้ำเอาไว้ จากนั้นก็นำเชือกมาผูกก่อนที่จะลากไล่ไปตามร่องบ่อ โดยขณะที่ลากก็จะทำหน้าที่โกยและลากปลาสลิดและปลาต่างๆให้ไปรวมกันใต้แหล่งที่วิดน้ำไว้ เพื่อที่ให้หนักและรูดไปพร้อมๆกับตัวปลาเพราะเมื่อลูกหญ้าเคลื่อนที่แล้วก็จะดันปลาไปพร้อมกัน โดยปลาที่หลงอยู่ในร่องบ่อก็จะเต็มไปด้วยปลาหลายชนิดและส่วนใหญ่มักเป็นปลาที่หลงมาจากน้ำ ถ้าเป็นปลาช่อนจะจับตอนกลางวัน แต่ถ้าเป็นปลาสลิดจะจับช่วงเย็นๆหรือพลบค่ำ

ปลาสลิดนั้นเป็นปลาน้ำจืดที่มีลักษณะคล้ายๆกับปลากระดี่ แต่ปลาสลิดนั้นตัวจะโตกว่านิยมเลี้ยงไว้กันมาที่จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร แต่ปัจจุบันที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาครถือได้ว่าเป็นแหล่งเลี้ยงปลาสลิดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยสามารถนำไปทำปลาสลิดแดดเดียว โดยจะต้องใช้ปลาสลิดที่สดๆใหม่ๆ ขั้นตอนแรกจะต้องนำปลาสลิดไปแช่น้ำแข็ง และถอดเกล็ดให้เกลี้ยง และไปดองเกลือ 20 นาที ใช้ปลา 100 ตัว เอาดองเกลือ  7 กิโลกรัมและดองน้ำแข้ง ปลาสลิดจะต้องแช่น้ำแข็งตลอดเวลาไม่งั้นจะส่งผลให้เนื้อไม่อร่อย เมื่อนำไปทอดหนังจะกรอบ เนื้อปลาจะนิ่มน่ารับประทาน เมื่อแช่น้ำแข็งเรียบร้อยแล้ว นำมาตากเป็นเวลา  1-2 ชั่วโมง ปลาก็จะแห้งและสามารถนำไปขายได้ทันที