สาคูแท้แสนอร่อย!!!



ต้นกำเนิดสาคูแสนอร่อย

วิถีชาวบ้านและภูมิปัญญาชาวบ้าน ถือเป็นสิ่งที่สืบทอดกันมายาวนาน โดยมีของดีของขึ้นชื่อจาก อำเภอควนขุนจังหวัดพัทลุง นั่นก็คือการทำแป้งสาคูจากต้นสาคูแท้ๆ    โดยจะมีต้นสาคูขึ้นอยู่ริมน้ำและพื้นที่ที่เป็นป่าพุ เพราะต้นสาคูที่จะตัดไปทำแป้งสาคูจะต้องเป็นต้นที่ใหฯและสูงกว่าต้นอื่นๆ เอากาบสาคูออกจากต้นให้หมด โดยขูดสิ่งที่ติดอยู่ที่ลำต้นออกให้หมด โดยสาคูที่จะให้แป้งได้แล้วนั้นจะต้องมีอายุ 8 ปีขึ้นไป จะสูงและใหญ่ โดยจะต้องดูว่าสาคูต้นไหนติดดอกหรือชาวบ้านเรียกว่า แตกเขากวาง เพราะแป้งจะมาก แต่ถ้าต้นไหนเป็นลูกแล้วแป้งจะน้อยเพราะแป้งขึ้นไปเลี้ยงลูก โดยสาคูต้นไหนสามารถตัดมาทำแป้งสาคูได้แล้ว สาคูเป็นไม้ยืนต้นตระกูลปาล์ม ใบก็จะคล้ายๆกับต้นจาก แต่ก็จะแตกต่างกันที่ใบของสาคูนั้นมีหนามเล็กๆอยู่ที่ก้านใบ และเมื่อต้นสาคูนั้นอายุมากขึ้นก็จะสูงใหญ่คล้ายต้นมะพร้าว โดยต้นสาคูจะเริ่มสะสมแป้งในลำต้นและมีแป้งมากในช่วงที่กำลังติดดอกแต่ช่อดอกนั้นพัฒนากลายมาเป็นลูกแป้งที่สะสมเอาไว้ที่ลำต้นนั้นก็จะถูกส่งขึ้นไปเลี้ยงลูกแทนทำให้ลำต้นของสาคูจะมีแป้งน้อยลง

สาคูนั้นขยายพันธุ์ได้ 2 วิธีนั้นก็คือการแตกหนอ โดยหน่อของต้นสาคูต้นใหม่นั่นก็จะขึ้นมาข้างๆกับต้นอื่นๆ จึงทำให้เรานั้นเห็นว่าสาคูนั้นอยู่รวมกันเป็นกอนั่นเอง และอีกหนึ่งวิธีในการขยายพันธุ์นั่นก็คือเมล็ดของต้นสาคู ผลหรือเมล็ดที่แก่จัดเมื่อหลุดล่วงลงมานั่นก็จะเกิดเป็นสาคูรุ่นใหม่ต่อไป ในขณะที่ต้นแม่ซึ่งออกลูกแล้วก็จะยืนต้นตายในที่สุด สาคูเป็นพืชที่มีเฉพาะถิ่นทางภาคใต้ของประเทศไทย

โดยการที่จะได้แป้งสาคูมานั้นขั้นตอนแรกก็คือเราจะต้องโคนต้นสาคูก่อน สาคูที่จะโคนต้องใช้เลื่อยตัดและใช้เชือกดึงไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อได้ลำต้นแล้วนำมาผ่าเป็นซีกและนำมาขูดเข้าเครื่อง จะได้สาคูเป็นจำนวนมาก ซึ่งแป้งที่ถูกสะสมในลำต้นจะไหลปนออกมากับน้ำโดยใช้ผ้ากรองเอาไว้ไม่ให้เศษไม้ปะปนลงไปในแป้ง โดยขั้นต้องสุดท้ายจะต้องเทน้ำออกก็จะได้แป้งสีขาวอมชมพู สาคู 1 ต้นให้แป้งไม่ต้ำกว่า 30 กิโลกรัม ซึ่งขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้นสาคูและปัจจัยอื่นๆของต้นสาคูด้วย หลังจากที่ได้แป้งสาคูมาแล้วจะนำมาร่อนเพื่อให้แป้งจับตัวเป็นเม็ด ละนำมาตากแดดก่อนนำไปทำขนมสาคูปากหม้อ และสาคูกะทิ